
ที่นอนสุนัขและแมว
» เบาะนอน
» ที่นอนอุโมงค์
» ที่นอนรูปสัตว์
» ที่นอนแฟนซี
» ที่นอนรูปผลไม้
» ที่นอนทรงโซฟา

อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
>> กรรไกรตัดขนสุนัข
>> หวี แปรง สัตว์เลี้ยง
>> หมวกสัตว์เลี้ยง
>> ของเล่นสัตว์เลี้ยง




สถิติ ผู้เข้าชมเว็บไซต์

คุณรู้หรือไม่ว่า หนวดแมวมีประโยชน์อย่างไร
หนวดของแมวคือ ตัวรับความรู้สึกที่จะช่วยบอกแมวว่าช่องว่างที่มันจะแทรกตัวผ่านไปนั้นกว้างพอหรือไม่ นอกจากจะเป็นตัวรับความรู้สึกต่อการสัมผัสที่มีความว่องไวสูงแล้ว หนวดของแมวยังเป็นตัวจับกระแสการไหลของอากาศอีกด้วย เมื่อเคลื่อนที่ในที่มืดแมวจะต้องสามารถหลบหลีกผ่านวัตถุโดยไม่ต้องสัมผัสกับวัตถุนั้น ทั้งนี้วัตถุที่แมวเข้าไปใกล้จะสร้างหลุมอากาศขนาดเล็กๆ ซึ่งเป็นการปั่นป่วนของกระแสการเคลื่อนไหวของอากาศขนาดจิ๋ว จากนั้นหนวดแมวก็จะอ่านการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวของอากาศได้ และรับรู้ถึงวัตถุที่ขวางกั้นอยู่โดยไม่ต้องสัมผัสกับวัตถุนั้นๆ
หนวดของแมวนั้นมีความสำคัญต่อแมวเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อแมวล่าเหยื่อในเวลากลางคืน แมวที่มีหนวดอย่างสมบูรณ์สามารถฆ่าเหยื่อด้วยการโจมตีตรงเป้าหมายทั้งในที่ซึ่งมีแสงสว่างและในที่มืด แต่แมวที่มีหนวดไม่สมบูรณ์จะสามารถฆ่าเหยื่อได้อย่างถูกต้องแม่นยำเฉพาะในที่ที่มีแสงสว่าง แต่ในที่มืดมันมักจะประเมินผิด และฝังเขี้ยวตรงจุดที่มิใช่เป้าหมายของตัวเหยื่อ หนวดแมวที่สมบูรณ์สามารถทำหน้าที่ในการนำทางแก่แมวได้อย่างแม่นยำ หนวดแมวมีความอัศจรรย์โดยมันสามารถตรวจจับเค้าโครงภายนอกของเหยื่อได้ภายในเศษเสี้ยวของวินาที และเป็นตัวนำเขี้ยวของแมวไปสู่ลำคอของเหยื่อที่เคราะห์ร้ายได้อย่างแม่นยำ เชื่อกันว่าส่วนปลายหนวดแมวสามารถตรวจจับรายละเอียดรูปร่างของเหยื่อได้ด้วย
หนวดแมวเป็นขนเส้นหนาและแข็งกว่าขนทั่วไปถึงสองเท่า หนวดแมวนั้นงอกออกจากเนื้อเยื่อบริเวณด้านบนของปาก โดยฝังรากลึกประมาณสามเท่าของเส้นขนทั่วไป ทั้งนี้รากขนได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยปลายประสาทจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นตัวส่งผ่านข้อมูลที่ได้รับจากการสัมผัสหรือการเปลี่ยนแปลงของความดันอากาศที่เกิดขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วแมวมีหนวด 24 เส้น โดยแบ่งเป็นข้างละ 12 เส้น หนวดจัดเรียงเป็นสี่แถวตามแนวนอน หนวดสามารถชี้ไปทางด้านหน้า เมื่อแมวรู้สึกอยากรู้อยากเห็น กำลังขู่ศัตรูหรือกำลังลองเชิงกับอะไรบางอย่าง และจะชี้ไปด้านหลังเมื่อแมวนั้นเป็นฝ่ายตั้งรับหรือว่าแมวนั้นต้องการหลบเลี่ยงไม่ให้หนวดสัมผัสกับบางสิ่งบางอย่าง หนวดใ่นสองแถวบนสามารถเคลื่อนไหวเป็นอิสระจากหนวดในสองแถวล่าง และหนวดที่แข็งแรงที่สุดคือหนวดในแถวที่สองและสาม
ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือคลายกังขาปัญหาแมวเหมียว
วิธีที่ดีที่สุดในการแยกหมาที่กำลังสู้กันคืออะไร
อย่าปล่อยให้มันเกิดขึ้นไงล่ะ ทำความคุ้นเคยกับภาษาท่าทางและพฤติกรรมของหมาที่คุณเลี้ยงให้ดี การจ้องเขม็งคือสิ่งแรกที่แสดงให้เห็นว่ามันชักจะเริ่มสนใจหมาอีกตัวมากเกินไปแล้ว
แต่ถ้าคุณไม่ทันสังเกตสัญญาณเริ่มต้นและพวกมันลงมือต่อสู้กันแล้ว คุณก็ต้องแยกหมาออกจากกันให้เร็วที่สุดและอย่างปลอดภัยที่สุดเท่าที่ทำได้ ถ้ามีคนอยู่สองคน แต่ละคนควรจะจับขาหลังสองข้างของนักสู้แต่ละตัวไว้ จากนั้นดึงและยกขึ้นเพื่อให้พวกมันอยู่ในท่าก้นชี้ฟ้า อย่าปล่อยให้หมายืนสี่ขาจนกว่าทั้งสองตัวจะสงบลงโดยไม่มีการแยกเขี้ยว ร้องขู่หรือพยายามพุ่งเข้าหากัน จากนั้นจึงค่อยพาพวกมันแยกไปคนละทาง
ถ้าคุณอยู่คนเดียวและหมาเริ่มกัดกัน เปิดสายยางฉีดน้ำให้แรงที่สุดแล้วฉีดใส่พวกมันจนเปียกชุ่ม น้ำส้มสายชูสักหนึ่งแกลลอนก็ใช้ได้ผลดี แต่ทันทีที่แยกพวกมันได้คุณก็ต้องรับล้างตัวให้มันด้วย น้ำส้มสายชูอาจทำให้แสบร้อนถ้าไหลเข้าตาก็จริง แต่ยังไงก็สร้างความเสียหายน้อยกว่าการกัดกันแน่นอน
อย่าพยายามหยุดการต่อสู้ของหมาด้วยการยื่นมือเข้าไปดึงปลอกคอเพราะคุณมีโอกาสจะถูกกัดได้ และอย่าตะโกนใส่พวกมัน เพราะหมาจะนึกว่าคุณเป็นผู้ชมติดขอบเวทีที่กำลังร้องเชียร์มันทันที และความตื่นเต้นของคุณก็จะทำให้พวกมันยิ่งไม่ยอมเลิกราจากกันเข้าไปใหญ่
การป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บทั้งสำหรับหมาและคนขึ้นอยู่กับตัวเจ้าของ ซึ่งควรจะคอยจับตาดูพฤติกรรมของหมาที่ตนเลี้ยงอยู่เสมอ แทนที่จะรอจนเกิดเรื่องขึ้นคุณควรป้องกันหมาของคุณจากสถานการณ์ที่อาจทำให้มันกัดกับหมาตัวอื่นเสียตั้งแต่แรก ถ้าคุณพามันไปสวนสาธารณะที่อนุญาตให้หมาเข้าได้ และคุณเห็นหมาท่าทางน่ากลัวเดินมาหา...รีบกลับบ้านเสียเถอะ!
ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือหมาทำแบบนี้ทำไม




